Miss You
ตอนนี้ฝนตก...คิดถึงเพื่อน...หนึ่งเดือนที่ผ่านมาผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กับความวุ่นวายของชีวิตหนึ่งเดือนที่เหมือนจะลืมว่ามีคนคนนึงหายไปจากทุก ๆ วันแต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาความสุขบางอย่างก็หายไปไม่มีคนให้บ่นให้ฟัง ไม่มีคนว่า ไม่มีคนขัดคอ ไม่มีคนให้เย้าแหย่ ไม่มีคนให้หัวเราะด้วยกันไม่มีคนที่อยู่ด้วยแล้อุ่นใจ สบายใจ ...ไม่มีคนที่เห็นเราในขณะที่คนอื่นไม่เห็น...คิดถึงเธอจัง... รักเธอนะ...
แค่คนเคยรู้จัก...
ผมไม่ได้เจอเธอมาเกือบ 1 อาทิตย์
ช่องว่างระหว่างเราเหมือนจะทวีมากขึ้นทุกที ๆ
ภาพความทรงจำเก่า ๆ ดูห่างไกลออกไป
ความรู้สึกที่เคยเกิดกลับไม่ปรากฏ...
วันนี้ผมนัดเพื่อนของเธอที่เธอเคยพามาสัมภาษณ์งาน
ให้มาตกลงเรื่องวันเวลาที่จะสอนน้องคนหนึ่ง
ถึงเวลาที่นัดไว้ ผมได้พบคนในภาพความทรงจำอีกครั้ง...เธอสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันจึงไม่แปลกที่เธอจะตามเพื่อนมาด้วยเธอทักทายผมเพียงเล็กน้อย ก่อนนั่งเล่นคอมรอเพื่อนคุยธุระผมเหลือบมองเธอเป็นครั้งคราว เงี่ยหูฟังเธอคุยกับเพื่อนอีกคนเธอช่างดูเฉยเมยกันผมเหลือเกินบางครั้งผมอดไม่ได้ที่จะมองตาเธอตรง ๆ แต่เธอก็ไม่มองตอบเหมือนที่ผ่านมา...คุยธุระเสร็จ ผมเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกห้องเธอกับเพื่อนเดินออกมา เธอพยักหน้าให้ผมเป็นการลาแล้วเธอก็เดินจากไป...ต่อจากนี้เราคงเป็นแค่คนเคยรู้จักกัน...
จบแล้ว...
2 วันมานี้ฉันพยายามทำใจน้ำตาที่รินออกมาช่างมากมายเหลือเกิน.......................................ทำใจ........ใจที่เศร้าหมองพลันเปลี่ยนไปภาพแผ่นหลังกว้างที่นั่งอยู่ในห้องคอมพิวเตอร์...ที่แรกและคงเป็นที่สุดท้ายที่ฉันจะเจอเขาปรากฏอยู่เบื้องหน้า ตรงที่นั่งตัวที่สองแถวที่สาม...ฉันเลือกนั่งเก้าอี้ตัวที่สี่แถวที่ห้า...มองเขา เก็บภาพเขา ไว้ในความทรงจำ...หัวใจเต้นตึกตัก รู้สึกสั่น...หวั่นไหวเขาเดินไปมาระหว่างเครื่องคอมที่ใช้กันปริ้นเตอร์หลายรอบฉันทำเป็นไม่เห็นเขา...เกือบครึ่งชั่วโมง ฉันแอบมองเขาและบอกตัวเองว่าคงต้องตัดใจเสียที...เขาเดินไปที่ปริ้นเตอร์อีกครั้งฉันเตรียมเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ฉันแกล้งทำเป็นไม่เห็นเขาเขาทักฉัน ฉันตอบกลับ...สองสามคำ......จบแล้ว...
อวสาน ?
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะผมนั่งเล่นอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งเสียงใสปลายสายนั้นเริ่มคุ้นหูมากขึ้นทุกที วันนี้ผมเพิ่งพบเธอ...วันนี้ฉันต้องโทรศัพท์ไปกวนใจเขาอีกครั้ง...อาจเป็นครั้งสุดท้าย...ผมรู้ทันทีตั้งแต่วาบแรกที่เห็นชื่อเธอปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์เราคงไม่ได้พบกันบ่อยแบบที่ผมแอบหวังไว้อีกแล้ว...ฉันโทรศัพท์ไปเพื่อบอกเขาว่าที่บ้านไม่อนุญาตให้สอนพิเศษตามบ้านก่อนหน้านี้ฉันเสียใจ นอนร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวอยากรู้เหลือเกิน...ฉันเสียใจที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอดหรือ เสียใจที่ฉันคงไม่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้เขาอีก...ผมรอให้เธอเล่าเรื่องที่ผมพอจะเดาออกตั้งแต่แรกแต่เมื่อสิ่งที่เธอเล่าถูกกลั่นกรองออกมาหมด ผมได้แต่ถอนใจ...คุยกันเพียงนาทีกว่า ๆ เราก็ไม่มีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกมันคงเป็นการติดต่อครั้งสุดท้าย...ผมรู้ว่าเธอเสียใจ น้ำเสียงเธอสั่นนิด ๆแต่ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรเป็นการปลอบโยนวางสายแล้ว...อวสานแล้ว...
เรื่องของเราจะเป็นยังไงต่อไปนะ...
เช้านี้จู่ ๆ เธอก็โทรศัพท์มาบอกผมว่าเธอจะไปดูบ้านเด็กที่ผมแนะนำให้ไปสอนผมตื่นเต้นกับสิ่งที่ไม่คิดมาก่อน เพราะเมื่อ 2 วันก่อนเธอเพิ่งจะบอกผมว่าเธอไม่ว่างผมจึงบอกสายรถประจำทางและนัดให้เธอมาพบผมตอนแรกฉันนึกเสียใจที่ไม่ว่างในวันที่เขาจะพาฉันไปดูสถานที่สอนพิเศษแต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...ฉันว่างหลังจากนัดกันเป็นที่เรียบร้อย เขาโรศัพท์มาหาฉันถึง 2 ครั้ง เพื่อขอเปลี่ยนเวลานัดเป็นเที่ยงครึ่ง และเตือนให้ฉันเอาเอกสารบางอย่างไปให้แค่นี้ก็ทำให้ฉันดีใจน่าดู... ก่อนถึงเวลานัด 40 นาที ฉันตาลีตาเหลือกออกจากบ้านแต่แล้วก็ทันเวลาพอดีผมโทรศัพท์หาเธอก่อนเวลานัดเล็กน้อย พบว่าเธอกำลังใกล้จะมาถึงสถานที่นัดจู่ ๆ เธอก็โทรศัพท์เข้ามา เสียงใสในสายบอกผมว่ากระเป๋ารถเมล์บอกให้เธอลงป้ายซึ่งเธอก็คิดว่าไม่ใช่ที่ผมนัดไว้ผมรีบเดินมาตรงจุดที่เธอกำลังอยู่ ในขณะที่เธอก็รีบเดินมาในทางที่ผมบอกเช่นกันและแล้วเราก็ไพด้พบกัน ผมรู้แล้วทำไมเธอถึงบอกว่าพ่อเธอค่อนข้างห่วงเธอมากเธอมีความคิดหลายอย่างเป็นผู้ใหญื แต่บางเรื่องเธอกลับดูเด็กนัก...เราเดินไปบ้านที่ฉันจะสอนพิเศษในสัปดาห์หน้าซึ่งค่อนข้างไกลทีเดียวระหว่างเดินเราก็คุยกันเรื่อย ๆ แต่ด้วยความที่เดินเร็วกันทั้งคู่ประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำเอาฉันเหงื่อไหลเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ บางครั้งก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่หน้าอย่างบอกไม่ถูกเขาเป็นคนค่อนข้างคล่องตัว สังเกตจากการที่เขาเดินนำหน้าก่อนข้ามถนนและคำนวณจากจากเวลาที่เขาเดินมาหาฉันจากจุดที่รอฉันอยู่เขาดูเป็นคนไม่ค่อยเทคแคร์เพศตรงข้ามเท่าไหร่ แต่มันก็โอเคสำหรับฉันเมื่อถึงที่หมาย ผมสังเกตว่าเธอค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวเธอเป็นคนเดินเร็วมาก จนผมนึกว่าเธอมีธุระต่อจากนี้ แต่เธอบอกว่าวันนี้เธอว่างผมแนะนำแม่ของน้องซึ่งจะให้เธอมาสอนแทนให้เธอรู้จักและปล่อยให้เธอคุยกับผู้ปกครองเด็กตามสบายระหว่างนั้นเธอก็หันมาถามผมเป็นเชิงปรึกษาบ้างใช้เวลาไม่นานนัก การมาพบกับลูกศิษย์คนแรกที่ผมหาให้เธอก็จบลงผมจึงชวนเธอไปทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งที่ร้านอาหาร เราคุยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการสอนรวมไปถึงเรื่องส่วนตัวบางอย่าง การสนทนาเป็นไปด้วยดี ฉันไม่รู้สึกอึดอัดนี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มาทานข้าวกับเพศตรงข้าม 2 ต่อ 2ก่อนหน้านี้ฉันต้องเตือนตัวเองเสมอว่า เป็นเรื่องงาน ก่อนที่ใจจะเตลิดกันไปใหญ่พอเข้าไปในร้าน เขาเลื่อนเก้าอี้ในฉันเป็นทีว่าเชิญนั่งการกระทำแบบนี้อาจปกติสำหรับคนอื่น แต่กับคนที่ไม่เคยมีใครมาปฏิบัติด้วยแบบนี้อย่างฉันทำเอารู้สึกว่าเขาค่อนข้างเอาใจใส่ไม่น้อยคุยกันไป เขาก็ไม่เลิกที่จะจ้องตา...ไม่ใช่เดี๋ยวเดียว แต่มันนานกว่าครั้งที่ผ่านมาทุกครั้ง...ผมนั่งดูเธอเอาหลอดคนน้ำแข็งในแก้วไปเรื่อย ๆ เธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ? แล้วเธอจะรู้ไหมว่าผมตั้งใจชวนเธอมาทานข้าวโอกาสที่ผมจะอยู่กับเธอ 2 คน คงมีไม่บ่อยนักเส้นสปาเก็ตตี้ถูกหมุนด้วยส้อมก่อนจะวางใส่ช้อนและบรรจงป้อนเข้าปากเธอเป็นคนที่ดูเรียบร้อยมากคนหนึ่ง ทานแต่ละคำเธอก็นำกระดาษมาซับปากกันเปื้อนท่าทางของเธอทำให้ผมรู้สึกเพลินทีเดียว...เขาบอกฉันว่าเขาเป็นคนค่อนข้างเบื่อง่าย ซึ่งเป็นนิสัยหนึ่งของฉันเช่นกันแต่สิ่งที่เขาชอบที่จะทำอย่างไม่มีวันเบื่อคือการเล่นบาสเก็ตบอลซึ่งดูสมกับเขาดีเพราะรูปร่างของเขาสูงใหญ่ทีเดียวจากคำบอกเล่าของเขา ทำให้ฉันได้รู้ว่า เขาเคยมีแฟนแล้วตอนนี้ล่ะ ? ฉันอยากรู้จัง...ผมสั่งคิดเงินเมื่อเราต่างรับประทานเรียบร้อยแล้วเธอทานค่อนข้างน้อย แต่มันก็คงไม่แปลกเพราะเธอเป็นคนรูปร่างเล็กเวลาที่เดินด้วยกันผมรู้สึกเหมือนมีน้องสาวตัวเล็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ ผมเดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ระหว่างที่เดิน ผมรู้มาอีกว่า คุณพ่อของเธอค่อนข้างหวงเธอมากก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะถ้าผมมีลูกสาวแบบเธอผมก็คงจะหวงเหมือนกันแล้วผมล่ะ ผมจะมีทางเข้าไปอยู่ในใจของเธอได้บ้างไหม ?เขารอรถเมลล์เป็นเพื่อนฉัน คอยส่งฉันขึ้นรถก่อนที่เขาจะนั่งเรือกลับบ้าน...วันนี้ฉันมีความสุขจัง ยิ้มหน้าบานได้คนเดียวบ่อยครั้งผู้ชายคนนี้ยังทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเหมือนครั้งแรกที่เจอเขาเป็นคนทำอะไรคล่องตัว จึงดูเหมือนทำอะไรไม่ค่อยนุ่มนวลซึ่งจะว่าไปฉันก็เหมือนกัน ถ้าขืนทำอะไรในอีกแบบฉันอาจจะคิดในแง่ไม่ดีก็เป็นได้อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ฉันจะอดทนรอดูต่อไป...
อีกครั้งหนึ่ง...
เราเจอกันที่ร้านอาหารที่เดิมที่เราเคยพบกันผมพบเธอนั่งอยู่กับเพื่อนอีก 3 คน เธอแนะนำเพื่อนที่เธอชวนมาสัมภาษณ์งานให้ผมรู้จักผมรอเธออยู่พักหนึ่ง เธอจึงพาเพื่อนมานั่งสัมภาษณ์ที่โต๊ะตัวเดิมเราคุยกันถึงเรื่องการสอนและเรื่องทั่ว ๆ ไปเธอเป็นคนยิ้มแย้ม สดใส ร่าเริง แต่ผมรู้สึกว่าวันนี้เธอแปลกไปกว่าวันก่อนเธอไม่ค่อยสบตาผมเหมือนที่เคย...ฉันตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะรู้ว่าจะได้พบเขาก่อนหน้านี้ฉันอ่านหนังสือจิตวิทยาเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการสะกดใจคนทฤษฎีที่ได้อ่านมาฉันยังคงจำได้ แต่คราวนี้ฉันกลับไม่คิดที่จะใช้มันเรื่องง่าย ๆ เช่น การสบตา กลับเป็นเรื่องยาก ฉันรู้สึกเขิน...การที่เรา 3 คน ได้นั่งคุยกัน ทำให้ฉันรู้เรื่องของเขามากขึ้นอีกหน่อยได้เห็นรอยยิ้มของเขาใกล้ ๆ อีกนิด บางทีมันอาจใกล้จนฉันชักสงสัยว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้รึเปล่านะการปฏิบัติที่เป็นกันเองของเขากับทุก ๆ คน ทำให้ฉันรู้สึกว่าที่เขาปฏิบัติกับฉันมันก็ไม่ได้พิเศษอะไร ฉันอาจคิดไปเองฝ่ายเดียว...เรานั่งอยู่ด้วยกันเกือบ 1 ชั่วโมง เธอทำให้ผมยิ้มและหัวเราะหลายครั้งอยู่กับเธอแล้วผมมีความสุขทีเดียว จนต้องทิ้งมาดขรึม ๆ ไปชั่วคราวหลายครั้งที่ผมหยอกล้อเธอเล่น แต่เธอก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มในแบบของเธอสีหน้าและแววตาแบบที่ผมไม่อยากละสายตาไปแม้แต่วินาที...ถึงฉันจะเริ่มไม่แน่ใจว่าฉันชอบเขาจริง ๆ หรือเปล่าแต่อย่างน้อยฉันก็มีความสุขที่ได้พบเขา และความหวังเล็ก ๆ ของฉันก็ยังคงไม่หายไปไหน...
F o u r t h
การที่ไม่ได้เจอเขาหลายวันทำให้ใจของฉันห่อเหี่ยวจนบอกไม่ถูกเมื่อคืนนี้ฉันบันทึกเสียงเพลง ๆ ใหม่ที่แต่งตอนคิดถึงเขาลงในโทรศัพท์อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้กว่าฉันจะได้พบเขาอีกครั้ง...เมื่อเช้านี้ ฉันรู้สึกแปลก ๆ ตอนเดินลงบันไดฉันเดินลงค่อนข้างช้าเพราะส้นรองเท้าที่สูงกว่าปกติกับกระเป๋าใบใหญ่ที่หอบอยู่แต่แทนที่ผู้ชายคนข้างหลังจะเดินเเซงไป เขากลับค่อย ๆ เดินตามลงมาก่อนที่จะตรงไปยังห้องน้ำ ฉันแอบเหลือบมองผู้ชายคนนั้นเห็นใบหน้าของเขาเพียงเสี้ยวหนึ่ง แต่ด้วยสีผิวและความสูง...ต้องเป็นเขาเเน่ ๆ...ฉันทำธุระในห้องน้ำแล้วรีบออกมา ในใจรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็คงไม่ได้เจอแต่ความคิดก็พลันเปลี่ยนไป... ขณะที่ฉันกำลังจะมองไปที่ทางเชื่อมที่คาดว่าเขาจะเดินไป ฉันกลับได้พบเขา...เราคุยกันเพียงแป๊บเดียว ก่อนฉันจะเดินจากมาด้วยความเสียดายแต่เขาก็เดินมายังห้องสมุดที่ฉันจะมาอ่านหนังสือเช่นกันฉันเลือกที่จะนั่งในมุมที่ไม่เห็นเขา ทั้งที่ใจอยากมองเขานาน ๆแต่ถ้าทำอย่างนั้นสมาธิของฉันต้องแตกกระเจิงเป็นแน่ฉันทำได้เเค่เพียงนั่งอมยิ้มอ่านหนังสือเงียบ ๆ ดีใจเหลือเดินที่ได้พบเขาอีกครั้ง...
T h i r d
วันนี้ดีจัง...ผมได้พบกับเธออีกแล้ว
แม้เเค่ช่วงสั้น ๆ แต่ก็ทำให้ใจเหงา ๆ ของผมดีขึ้นพิกลเธอคงไม่รู้หรอกว่าผมคิดถึงเธอมากแค่ไหนเมื่ออาทิตย์ก่อน ผมแอบโทรศัพท์ไปหาเธอหลังจากวันที่เราได้พบกัน 1 วันผมแค่อยากได้ยินเสียงของเธอ...
ที่ตึกเรียน ผมเจอเธอโดยบังเอิญตอนกำลังเดินลงบันได
แต่เพราะเธออยู่ข้างหน้าผม เธอคงไม่เห็นผมก็เป็นได้
สุดทางบันไดชั้นสอง เธอเลี้ยวขวา ส่วนผมเลี้ยวซ้าย
ผมแอบหันหลังไปมอง พบว่าเธอเดินตรงไปที่ห้องน้ำ
ทั้ง ๆ ที่ผมก็มีจุดหมายที่กำลังจะไป
แต่อะไรไม่รู้ทำให้ผมต้องเปลี่ยนความตั้งใจนั้น...
ผมหยุดรอเธอตรงทางเชื่อม ทางที่ผมคิดว่าเธอต้องเดินผ่าน
และแล้วเธอก็ผ่านมา... เธอทักผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อเจอ
เราเดินคุยกันเป็นระยะทางสั้น ๆ ก่อนที่ผมจะอวยพรให้เธอโชคดีในการสอบ
เธอกล่าวขอบคุณและเดินขึ้นบันไดเล็กอีกด้านหนึ่งของตึกไป
...รู้สึกตัวอีกที ขาของผมก็เดินตามเธอขึ้นบันไดมาถึงห้องสมุด
เธอเดินไปเก็บของบางอย่างที่ล็อกเกอร์ทางด้านหน้า
ผมจึงต้องเดินเข้าไปก่อน เธอเดินตามเข้ามาและนั่งลงที่อีกมุมหนึ่งของห้องสมุด
ถึงผนังจะกั้นไม่ให้ผมเห็นเธอ...แต่ภาพใบหน้าของเธอก็ลอยอยู่ในความคิดของผมเรียบร้อยแล้ว...
S e c o n d
วันนี้ฉันมีนัดสัมภาษณ์งานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งจากวันที่เห็นป้ายประกาศรับสมัครครูสอนพิเศษฉันรู้สึกสนใจ และรีบติดต่อไปทันที...ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายคนหนึ่งฉันประเมินเอาเองว่าเขาน่าจะเป็นคนรูปร่างสูง และมีผิวคล้ำน้ำเสียงของเขาไม่ทำให้ฉันประทับใจเท่าไรนักหลังจากติดต่อกันหลายครั้ง เราก็ได้เวลาสัมภาษณ์ที่แน่นอนในวันนั้นเอง เบอร์โทรศัพท์ของเขาปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉันฉันจึงติดต่อกลับไป ได้ความว่าเวลานัดหมายได้ถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นฉันตอบตกลงและบอกไปว่า ขอเวลาอีก 10 นาที...ที่ร้านอาหาร ฉันมองหาโต๊ะเลข 22 ที่เขานั่งอยู่หลังจากสอบถามพนักงานจึงได้ความว่าโต๊ะตัวนั้นอยู่ในมุมหนึ่งของบริเวณร้านที่ถูกจัดเป็นสัดส่วนฉันเดินเข้าไปทักทายเขา เขา...คนที่ฉันเคยพบมาแล้วครั้งหนึ่งชายร่างใหญ่ ผิวคล้ำ และดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมากคนนี้ที่ฉันพบเมื่อสัปดาห์ก่อนและคนเดียวกันกับที่ฉันเคยจินตการเล่น ๆ ถึงชายที่สนทนาในโทรศัพท์ฉันนิ่งอึ้งอยู่ครึ่งวินาทีด้วยความไม่คาดคิด แต่ก็ทำตัวตามปรกติการสนทนาตอนต้นค่อนข้างจะดูเป็นทางการเริ่มจากที่ฉันนั่งกรอกเอกสาร โดยที่เขาพูดรายละเอียดของงานให้ฟังเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เราเริ่มแลกเปลี่ยนความคิดบางมุมจากคำถามของเขาแต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกคือ แววตาที่เขามองมาเขามองตรงมาที่หน้าฉัน ฉันไม่ได้หลบตา แต่กลับมองตอบไปเช่นกันมีบางคราวที่เขาเผยให้เห็นรอยยิ้ม...รอยยิ้มได้รูปกับฟันขาวที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด...จู่ ๆ ก็มีคำถาม ๆ หนึ่งผุดขึ้นมาในความคิดของฉัน"พี่มีแฟนรึยังคะ ?" ใจฉันอยากรู้ แต่ก็นั่นแหละ คำถามบางอย่างก็เป็นคำถามที่ไม่สมควรหลุดออกมา...เราสนทนากันต่อไปโดยที่มีเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นเป็นระยะฉันแอบรำคาญในภายหลังที่มันทำให้เวลาของเราสั้นลงถึงกระนั้นสิ่งที่ฉันได้รับในวันนี้จากท่าทาง คำพูด และรอยยิ้มของเขา ทำให้ฉันแอบคิดไปว่าจะมีความสุขเพียงไหนถ้าได้ใกล้ชิดกับคนคนนี้ชายที่ดูอบอุ่น และมั่นคง...แต่แล้วเวลาแห่งความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็หมดไปฉันเดินแยกออกมาจากร้านอาหารด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต...นี่ฉันตกหลุมรักเขาเข้าแล้วหรือไร ?...
F i r s t
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมได้พบเจอคนที่ไม่เคยรู้จัก คราวนี้เป็นผู้หญิงร่างเล็ก ผมประบ่า ท่าทางธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษเธอบอกว่าเธอเป็นครูสอนเปียโน และเธออยากมีประสบการณ์สอนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และคณิตศาสตร์ขณะที่ผมสัมภาษณ์เธอผมสังเกตได้ว่าเธอเป็นคนรักเด็ก และมีทักษะด้านการสอนพอสมควรเราคุยกันประมาณ 30 นาที ขณะที่แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ผมอดไม่ได้ที่จะจ้องมองแววตาของเธอ ตาของเธอสื่อความหมายอะไรสักอย่างที่ผมเดาไม่ออก
ผมจ้องมองมัน...เวลาราวกับหยุดนิ่งชั่วขณะเธอเป็นคนที่มีความคิดในมุมมองไม่ไกลจากผมแต่กลับทำให้ผมรู้สึกสนใจ จนอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมาบ่อยครั้งการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่ายจนกระทั่งผมหมดคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ การพบปะครั้งนี้จึงสิ้นสุดลงเธอเดินออกจากโต๊ะในมุมของร้านอาหารแห่งนี้ไปเธอไม่ได้หันกลับมา...แต่ผมกลับจำรอยยิ้มและท่าทีของเธอได้แม่นยำ......เธอจะรู้สึกเหมือนผมไหม?...